ข้อมูลเกี่ยวกับภูเก็ต

ภูมิประเทศ

เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและ
ที่ราบสูง ครึ่งหนึ่งของพื้นที่ทั้งหมด เทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดทอดตัวยาวแนวเหนือ-ใต้บริเวณด้านหลัง
หาดทางทิศตะวันตกของเกาะ พื้นที่บางส่วนเป็นที่ราบหุบเขาทางตอนกลางและตอนใต้ รวมทั้งบริเวณ
ลำน้ำสายหลัก

มีเนื้อที่ 543 ตารางกิโลเมตรประมาณ 339,375 ไร่ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 862 กิโลเมตร

ภูมิอากาศ

โดยทั่วไปอบอุ่นและชุ่มชื้นตลอดปี มี 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ตั้งแต่ปลายธันวาคม - มีนาคมได้รับ
อิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และ ฤดูฝน ตั้งแต่ ปลายเมษายน - พฤศจิกายนได้รับ
อิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อุณหภูมิต่ำสุด 21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35 องศา
เซลเซียส อุณหภูมิโดยเฉลี่ย 33.4 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,364.7 มิลลิเมตร ฝนตก
เฉลี่ย 170 วันต่อปี

เศรษฐกิจ

ในอดีตอุตสาหกรรมหลักในการขับเคลื่อนภูเก็ตมาจากการทำเหมืองดีบุก แต่หลังจากสัญญา
สัมประทานหมดลงในช่วงต้นทศวรรษ 2520 อุตสาหรรมการท่องเที่ยวเข้ามาแทนที่และเป็น
เศรษฐกิจหลักของเกาะซึ่งประกอบด้วยโรงแรม ร้านอาหารภัตตาคาร บริษัทนำเที่ยว และ
ร้านค้าของที่ระลึกตามแนวชายหาดด้านทิศตะวันตก

อย่างไรก็ตามไม่เพียงแต่อุตสาหรรมการท่องเที่ยวเท่านั้นที่นำรายได้หลักเข้า อาชีพทางเกษตร
กรรมยังคงเป็นส่วนสำคัญของประชากรส่วนใหญ่ของเกาะ ผลผลิตทางเกษตรส่วนใหญ่เป็น
ยางพารา มะพรัาว เม็ดมะม่วงหิมพานต์และสัปปะรด ประชากรส่วนหนึ่งทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งอยู่ทาง
ทิศตะวันออกและทิศใต้ของเกาะ นอกจากนี้ฟาร์มหอยมุกยังเป็นส่วนหนึ่งของเศรษกิจหลักของ
จังหวัดเช่นกัน อาชีพประมงยังคงเป็นอาชีพสำคัญของเศรษฐกิจหมู่เกาะ ด้วยเหตุนี้อุตสาหกรรม
ต่างๆ จึงเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นผลให้มีงานว่าจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จำนวนมากเกิดขึ้นเป็น เงาตามตัวเพื่อรอบรับการก่อสร้างอาคารสำนักงานและโรงแรมต่างๆ รวมทั้งโครงการที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก

ประชากร

ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ นอกจากนี้มีศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์และอื่น ๆ จำนวนประชากรประมาณ 280,000 คน

ประวัติความเป็นมา

คำว่า “ ภูเก็ต ” นั้นเชื่อว่าเพี้ยนมาจากภาษามลายูคือ “ บูกิ๊ต ” ซึ่งแปลว่าภูเขา ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีมานาน ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย โดยตัวเมืองอยู่ที่ ถลางซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองถลางเดิมมีขุนนางไทยคอย ดูแลรักษาผลประโยชน์เพราะฝรั่งชาติฮอลันดามารับซื้อสินค้าจำพวกแร่ ต่อมาถึงรัชกาลที่ 1 พระเจ้ากรุงอังวะยกกองทัพเข้ามารุกรานหัวเมืองฝ่ายตะวันตกแถบชายทะเลของไทยในปี พ.ศ. 2328 โดยแบ่งกองทัพยกไปตีเมืองกระ ระนอง ชุมพร ไชยา ตลอดลงไปถึงเมืองนครศรีธรรมราช ขณะนั้นกองทัพจากกรุงเทพฯ ยังติดพันการศึกที่กาญจนบุรียกมาช่วยไม่ทัน พม่าส่งแม่ทัพชื่อยี่หวุ่น ยกทัพเรือมาตีได้ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า แล้วเลยไปตั้งค่ายล้อมเมืองถลางไว้ ขณะนั้นพระยาถลางถึงแก่กรรม ยังไม่ได้ตั้งเจ้าเมืองใหม่ ภริยาเจ้าเมืองถลางชื่อจัน กับน้องสาวชื่อมุก จึงคิดอ่านกับกรรมการทั้งปวงตั้ง ค่ายใหญ่ขึ้น 2 ค่าย ป้องกันรักษาเมืองเป็นสามารถ พม่าล้อมเมืองอยู่เดือนเศษเมื่อหมดเสบียงก็เลิกทัพ กลับไป  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องยศให้วีรสตรี ทั้งสองเป็นท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทร เป็นที่น่าภาคภูมิใจแก่ชาวเมืองตลอดมา เกาะถลางหรือ เมืองถลางได้เปลี่ยนชื่อเป็นเกาะภูเก็ต หรือเมืองภูเก็ตในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว